ผู้ใหญ่ไม่ดีชวนเด็กๆเล่นหวย...อิ อิ อิ
เพียงเพราะไม่กล้า....เท่านั้นเอง !
ลาก่อนเมืองไทยที่รัก จะกลับมาแน่....สัญญา....หากมาไม่ใด้ด้วยกายก็จะมาด้วยใจ :)
ก่อนจะกลับบ้าน...ไม่กี่วัน !......หวังมากนะว่าจะใด้กลับมาอีก :)
หาหมอ...และเจอเจ้าของไดหวาน Darlingnaka ที่หวานกว่าชื่อมาก !!
สบายๆกันตามประสาพ่อแม่ลูกๆ....แล้วก็ส่งพี่ซาร่ากลับสวีเดน
กลับมาช๊อป....และก็สนุกๆกันต่ออีกหน่อย....ในกรุงเทพฯ :)
สบายๆที่ชายฝั่งอันงามเงียบและทะเลสวยสงบของอันดามัน
จากตรังสู่กระบี่.........ถึงอ่าวนาง หาดสนุก ริมทะเลงาม !!!
สู่ตรัง....กับ....ริมทะเลงามยามพลบคํ่าของอันดามัน !!!
ยังคงสนุกๆอยู่อีกวัน ในชุมชนเล็กๆของภาคใต้.....ใกล้ทะเลอันดามัน
อีกวัน ที่สนุกๆอยู่ในชุมชนเล็กๆของภาคใต้ใกล้ทะเลอันดามัน :)
สนุกๆอยู่ในชุมชนเล็กๆของภาคใต้.....ใกล้ๆทะเลอันดามัน :)
วันสุดท้าย...ของสี่วันแรกที่แสนสนุกในกรุงเทพฯ !!!
วันที่สาม ของสี่วันแรกที่แสนสนุกในกรุงเทพฯ !!!
วันที่สอง...ของสี่วันแรกที่แสนสนุกในกรุงเทพฯ !!!
วันที่หนึ่ง...ของสี่วันแรกที่แสนสนุกในกรุงเทพฯ :)
ที่เมืองไทย.....ภาคแรก !
พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม
พี่ติ๊กของฉัน-ก่อนที่ม่านจะปิดลง
พี่ติ๊กของฉัน-กับการรอคอยที่ยาวนาน
สงครามที่ต้องต่อสู้ 31
พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม...
ด้วยความเคารพและความอาลัย
S O S
มิถุนา 2554
วันแม่
ความสุข ความสนุกที่ลูกให้
สงครามที่ต้องต่อสู้ 30
กลับถึง Stockholm
ล่องเรือไปเที่ยว Riga (ตอนหลัง)
ล่องเรือไปเที่ยว Riga (ตอนแรก)
สงครามที่ต้องต่อสู้ 29
วันง่ายๆสบายๆ
รับคณะจากเมืองไทย
สงครามที่ต้องต่อสู้ 28
พ่อ แม่ ลูกๆ ไปดูหนัง - THOR......
กิจกรรมที่จะทำ - พฤษภา 54
ประสบการณ์แปลกๆกับหมอ - 2
รับรู้ข่าวร้าย 1
รับรู้ข่าวร้าย 2
รับรู้ข่าวร้าย 3
กลับบ้านบอกลูกๆ
เมื่อจำต้องบอกลูกอีกครั้ง
ครั้งแรกที่เห็นเธอ
ตกหลุมรักหลุมบะเริ่ม
จากรุไบยาตผ่านเสี้ยวหนึ่งของเพชรพระอุมาไปจนถึงสามก๊ก
ขอบคุณค่ะ คุณปัทมาวดี วงศ์สายัณห์
อาจารย์กิตติ
เรื่องแปลกๆเกื่ยวกับการหาหมอ 1
เรื่องแปลกๆเกื่ยวกับการหาหมอ 2
(หลวง)พี่ติ๊กของฉัน 1
(หลวง)พี่ติ๊กของฉัน 2
คำพูดชวนคิด
ที่หมู่บ้านแม้วลาย
อาหารคํ่ากะครอบครัวแม้วขาว
วันพ่อ 2554
เมื่อต้องเผชิญกับความสมบุกสมบัน และความหนาวเหน็บ ที่ทรมานที่สุดในชีวิต (1)
เมื่อต้องเผชิญกับความสมบุกสมบันและความหนาวเหน็บ ที่ทรมานที่สุดในชีวิต (2)
เมื่อต้องเผชิญกับความสมบุกสมบันและความหนาวเหน็บ อย่างทรมานที่สุดในชีวิต (3)



พี่ติ๊กของฉัน-ก่อนที่ม่านจะปิดลง


(ต่อจากเมื่อวาน)

สมัยฉันเป็นเด็ก
คุณป้าละมุลและคุณลุงสนั่น
เพื่อนสนิทอาวุโสกว่าของคุณพ่อคุณแม่ เคยมาอยู่กับเราที่บ้าน
เท่าที่ทราบ........เพราะปัญหากับญาติๆ

พี่ิ๋ติ๋ม พี่คนโต

จำได้ถึงความสุภาพนิ่มนวลของคุณลุงและคุณป้าทั้งสอง
และอื่นๆ........

ส่วนฉัน....
เด็กเกินกว่าที่จะจดจำสิ่งเหล่านี้

หลายปีต่อมา
คุณป้ายิงตัวตาย และคุณลุงก็เสียชีวิตตามไปด้วย
พี่คนโตยังคงจำใด้ถึงจดหมายลาตายที่เคยอ่านของคุณป้า
และอื่นๆ.....
ส่วนฉันนั้น
.....ก็เช่นเคย
คือยังเด็กเกินไปกว่าที่จะมาสนใจจดจำ

เหตุการณ์นี้นับเป็นเหตุการณ์ใหญ่และรุนแรง
มีการเล่าลือ วิจารณ์ กล่าวขานกันอย่างเต็มที่
โดยเฉพาะ....
เมื่อทั้งคุณลุงและคุณป้าเป็นคนมีการศึกษา
มีหน้าตาในสังคม
ตระกูลคุณป้าก็เป็นตระกูลที่เคยปกครองคนในท้องถิ่นอยู่ด้วย
หากกล่าวถึง ยากนักที่ใครจะไม่รู้จัก
ส่วนญาติฝ่ายคุณลุงอยู่ห่างไกลไปมาก
ดังนั้น

ฝ่ายที่โดนผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหนักที่สุดในครั้งนั้น
ก็คือฝ่ายญาติคุณป้า
-
-
-
อาจจะเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น
ซึ่งนับว่าเป็นความโหดร้ายอย่างสุดแสนสำหรับผู้เป็นลูก
พี่ตุ๊กติ๊ก หรือพี่ติ๊ก
ลูกคนโต
ลูกชายคนเดียวของคุณลุงและคุณป้า
(ซึ่งแก่กว่าพี่คนโตของฉันไม่กี่ปี
เดาเอาว่าคงแก่กว่าฉันซัก 12-13 ปี ไม่ค่อยจะแน่ใจ
)
หลังจากเรียนจบ (ศิลปกรรม)
ก็เลยหนีโลก ตั้งใจบวชแบบไม่ยอมสึกอยู่ที่วัดเทพสิรินทร์

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
"หลวง"พี่ติ๊กก็กลายเป็น พี่ชายพระคนเดียว ของพวกเราทั้งบ้าน

รูปถ่ายขาวดำครึ่งตััว
ในเครื่องนุ่งห่มของพระ
กับใบหน้าที่สงบหากสง่างามของพี่ติ๊ก รูปใหญ่ในกรอบอย่างดี
ก็มีแขวนอยู่ที่บ้าน ให้ได้ชมกันด้วยความภูมิใจ

พี่ติ๊ก เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวของเราคนหนึ่ง
คุณพ่อและคุณแม่ของฉันรักและเอ็นดูพี่ติ๊กมาก
ส่วนฉันและพี่น้อง รักพี่ติ๊กกันที่สุด....
....

หากเพราะฉันเป็นเด็กนัก
เวลาเจอกัน ก็มักจะไม่ค่อยได้มีโอกาสคุยด้วยเท่าไหร่
คุยกับเค้าไม่ทันบ้าง
พี่ๆคุยเก่งกว่าบ้าง
พี่ๆมีเรื่องน่าสนใจคุยด้วยมากกว่าบ้าง......สาระพัดเหตุผล
ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้ฉันอิจฉาพี่ๆฉันใด้ทั้งนั้น
พี่ติ๊กของฉัน ก่อนที่ม่านจะปิดลง

เพราะความรู้สึกผูกพัน
ฉันก็มักจะคอยติดตาม คอยเฝ้าดู
ตาแป๋ว แป๋ว......ไม่ยอมห่าง
ยังกะลูกหมาตามนาย
เช่นไรก็เช่นนั้น

พี่ติ๊กชอบวาดภาพ โดยเฉพาะภาพลายไทย
ซึ่งหลายภาพที่พี่ติ๊กวาด
ให้เรา
ถูกใส่กรอบแขวนโชว์ให้ใครๆใด้เห็นอยู่บนฝาผนังที่บ้าน

พี่ติ๊กเคยวาดภาพเหมือนของพวกเราทุกคน
ภาพของฉัน........ที่พี่ติ๊กวาดให้
เป็นภาพตอนอายุ 9 ปี เรียนอยู่ประถมปีที่ 4
ถูกนำใส่ซองใหญ่โดยน้องสาว
เอามาให้ฉันด้วยตัวเอง
หลังจากเผาคุณพ่อไป.....
ไม่นานมานี่เอง

( พูดถึงคุณพ่อ.....
ท่านจากพวกเราไป
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม
2548 (2005)
สันนิฐานจากข้อมูลที่ใด้จากการอ่านไดของน้องนํ้า
ฉันคิดว่า พี่ติ๊กก็คงจากไป พร้อมๆกับที่คุณพ่อของฉันจากลูกๆไป )
-
-
-
สมัยเป็นเด็กอยู่ที่บ้าน
ทุกๆปี ฉันจะคอยการมาของพี่ติ๊ก
ทุกๆปี พี่ติ๊กจะพาเพื่อนพระอีกคนสองคน
หรือสามคน
มาพักผ่อนที่บ้านประมาณครั้งละอาทิตย์
แล้วก็ทุกๆครั้งที่พี่ติ๊กมา
สิ่งหนึ่งที่จะต้องทำ และก็ทำกันโดยไม่เคยขาด
นั่นก็คือ
ไปปิคนิคกันที่นํ้าตกซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปไม่ไกลนัก

พี่ติ๊กของฉัน ก่อนที่ม่านจะปิดลง

(ภาพใหม่ ของสถานที่เก่า)

พี่ติ๊กของฉัน ก่อนที่ม่านจะปิดลง

ฉันเริ่มสนุกตั้งแต่ตอนคนโน้นคนนี้
ต้องเตรียมโน่นเตรียมนี่
.....คุณแม่จัดการเตรียมอาหารหวานคาว ผักสด ผลไม้
และเครื่องดื่ม สาระพัด
.....คุณพ่อจัดการเตรียมรถพร้อมคนขับ
.
....พวกเราลูกๆเตรียมเสื้อผ้าและสิ่งของที่ใช้ในการอาบนํ้า

ฉันจำได้ถึงแอ่งนํ้าเย็นใหญ่
รองรับนํ้าสะอาดใส
ที่ไหลทิ้งตัวลงจากยอดเขาสูงเบื้องบนด้วยพลังมหาศาล
เราว่ายนํ้าเล่นกันในอ่างนํ้าธรรมชาตินี้อย่างสนุกสนานจริงๆ

พี่ติ๊กของฉัน ก่อนที่ม่านจะปิดลง
(ลูกซาร่าและหลานๆ กับสถานที่ ที่เคยให้ความสุข
กับฉันและพี่น้อง มาอย่างนับครั้งไม่ถ้วน)

สนุกกันได้ทั้งวัน
เล่นนํ้ากันจนหนาวปากสั่น
ขึ้นฝั่งพักกันด้วยอาหารสุดอร่อย
พอเริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นจากแดดจ้า ก็กระโจนลงนํ้ากันอีก
พอปากเริ่มเขียวหน่อยก็ขึ้นบก
พอเริ่มอบอุ่นก็ลงนํ้า
สลับไปสลับมา
ทั้งวัน
จนกระทั่งเหนื่อย เมื่อยล้าไปทั้งตัว
........
แต่สนุกอย่างที่สุด
กว่าจะกลับถึงบ้านก็มักจะเย็นมากโข
ตกคํ่าก็เลยซึมๆกันเพราะความเหนื่อย
เหนื่อยซะจนไม่อยากทานอาหารคํ่า
............
-
-
-
-
ฉันจำใด้ถึงวันเก่าๆที่แสนสุขและสนุกยิ่ง
วันเก่าๆที่ในกลุ่มของเรามีพี่ติ๊กร่วมอยู่ด้วย

ฉันจำได้ถึงรอยบุ๋มเล็กๆไม่ลึกนัก
ที่ประดับอยู่บนแก้ม บนใบหน้าผอมยาวของพี่ติ๊ก

ฉันจำได้ถึงรอยยิ้มกว้าง
โชว์ฟันขาวสะอาดหลายซี่ที่เบียดกันเต็มปากของพี่ติ๊ก

ฉันจำได้ถึงนํ้าเสียงทุ้มๆอันไพเราะ นิ่มหูน่าฟังของพี่ติ๊ก

และ ฉันยังจำใด้....
ภายใต้ดวงตาที่แสนสงบ
ที่แม้จะบ่อยครั้งเห็นใด้ถึงความเอาจริงเอาจัง
หากยามใด้อยู่ที่บ้านกับพวกน้องๆเช่นเรา
มักจะถูกเติมแต้มด้วยความขำ ความขี้เล่น
ความสดชื่นรื่นเริง
เป็นประกายฉายส่อง
บอกถึงความสนุกและความสุขจากภายใน
-
-
-
ฉันพูดได้อย่างเต็มปากว่า
พี่ติ๊ก....พี่ชายจิตรกร....พี่ชายอารมณ์ศิลปินคนนี้
สำหรับฉัน
คือความรัก ความสุขและความอบอุ่น
-
-
-
ครั้งสุดท้ายที่ฉันเจอพี่ติ๊ก
อายุของฉันตอนนั้นก็ประมาณ 15 ปี

หลังจากนั้นไม่นานฉันก็ย้ายมาอยู่ยุโรป
-
-
-
ไม่กี่ปีต่อมา
จู่ๆฉันก็ได้รับจดหมาย "แจ้งสึก" จากพี่ติ๊ก
บอกฉันถึงความจำเป็นที่ต้องสึก
ถึงปัญหาเกี่ยวกับโรคกะเพาะ
ที่ทําให้พี่ติ๊กต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานหลายเดือน
พร้อมกันนั้นพี่ติ๊กก็เล่าต่อถึงลูกสาวของโยมที่รู้จัก
ที่มาช่วยพยาบาล ที่มาช่วยดูแล
พี่ติ๊กเล่าถึงความจำเป็นที่ต้องทิ้งผ้าเหลือง.......
และการลงเอยกับลูกสาวของโยมคนนั้น

พร้อมกับจดหมายฉบับนั้น
พี่ติ๊กก็แนบภาพถ่ายมาให้ฉันดู 2 ภาพ
ภาพนึงเป็นภาพของผู้ชายธรรมดาที่มีผม....

พี่ติ๊กของฉัน ก่อนที่ม่านจะปิดลง
ซึ่งถึงแม้จะยาวปกติ
หากสำหรับฉัน
ผู้ไม่เคยเห็นพี่ติ๊กเช่นคนธรรมดา เป็นฆราวาสมาก่อน
ก็เลยนับว่าแปลกเอามาก

อีกภาพ เป็นภาพของผู้หญิงที่เป็นที่รัก
จนบัดนี้ฉันก็ยังอดขำไม่ได้
ไม่ทราบว่ากลัวฉันจะไปทึกทักว่าแฟนอ้วนหรือยังไง
พี่ติ๊กเลยเขียนไว้ด้านหลังภาพเธอว่า "ตอนนี้อ้วน เดี๋ยวนี้ผอม"

พี่ติ๊กของฉัน ก่อนที่ม่านจะปิดลง

แต่
แม้ในภาพที่ว่าอ้วน
เธอก็ไม่ใด้อ้วนอะไรซักหน่อยเลยจริงๆ

อย่างไรก็ตาม.....
ที่รักของพี่ติ๊ก
แก่กว่าฉันแค่ 10 เดือนเท่านั้นเอง

ยากและนาน กว่าที่ฉันจะยอมรับว่าพี่ติ๊กของฉัน
ไม่ห่มเหลืองต่อไปอีกแล้ว

รับทราบจากทางบ้านว่า
หลังจากที่พี่ติ๊กสึก พี่ไม่เคยไปที่บ้านของเราอีกเลย

เหตุผลของพี่ติ๊ก
คงเพราะอับอาย
คงเพราะรู้สึกไม่สำเร็จในการเป็นพระอย่างที่ั้ตั้งใจไว้แต่แรก
ก็เลยทำให้พี่ติ๊กไม่กล้าสู้หน้าคุณพ่อคุณแม่
เพราะพี่ติ๊กรู้ดีว่า คุณพ่อชื่นชมการเป็นพระของพี่ที่สุด

แต่สำหรับฉัน ไม่เห็นจะเป็นไร
ดีซะอีกจะใด้พูดคุยกันง่ายขึ้น......
และหากเจอกัน
ฉันก็คงจะกอดพี่ชายคนนี้
ให้สมกับที่ดีใจและคิดถึง....ใด้กะเค้าซะที

ไม่รู้นะว่าบ้านคนอื่นเค้าทำกันยังไง
แต่บ้านเรา
พ่อแม่ลูกทั้งกอดทั้งหอมกันมาตั้งแต่ลูกตัวกะเปี๊ยก
จนลูกมีหลานให้ชื่นชมแล้วก็ยังไม่เคยคิดจะเลิกทำ

กรกฎา 2522
พี่ติ๊กเขียนจดหมายบอกข่าวการย้ายบ้าน
ไปอยู่กับแฟนวัย 22 ของเธอที่ซอยสิงห์โต ให้ฉันทราบ

พี่ติ๊กของฉัน ก่อนที่ม่านจะปิดลง

ไม่กี่อาทิตย์ต่อมา ฉันก็มาเมืองไทย
ถึงเมืองไทยไม่กี่วัน ฉันกับเพื่อนก็ชวนกันไปเยี่ยมพี่ติ๊กที่บ้าน
ที่ซอยสิงห์โต

พี่ติ๊กของฉัน ก่อนที่ม่านจะปิดลง

หากผู้ชาย 2-3 คนที่ยืนอยู่หน้าบ้าน
ยืนยันกับฉันว่าไม่มีคนชื่อติ๊ก
ไม่มีคนที่ชื่อ เพิ่มวิทย์ พันธุศรี อยู่ที่นั่น

มันเป็นการติดต่อ หรือการพยายามติดต่อ
ครั้งสุดท้ายระหว่างเรา.....

หลังจากนั้น
ฉันไม่เคยทราบข่าวคราว
เกี่ยวกับพี่ชายที่รักยิ่งคนนี้ของฉันอีกเลยแม้แต่น้อย
-
-
-
32 ปีผ่านไป นับว่านานโข
หากฉันไม่เคยลืมพี่ติ๊กของฉันเลย
และก็ไม่เคยล้มเลิกความหวังที่จะได้เจอกันอีก
-
-
-
เคยสงสัยอยู่บ่อยครั้ง
ว่าพี่ติ๊กทำอะไร
อยู่ที่ไหน
สบายดีหรือไม่
แล้วทำไมถึงหายเงียบไป..............

แต่ก็เชื่อมาตลอดเวลาว่า
พี่เขาสบายดี มีความสุข.....
เพียงแต่อาจจะกิจเยอะ
ก็เลยไม่มีเวลาติดต่อน้องคนเล็กอย่างฉัน

หรือไม่ก็คงเขินกับการเป็นฆราวาส เป็นคนธรรมดา
ก็เลยไม่กล้ามาเจอ
ดีไม่ดี จากที่เคยถูกเคารพเชื่อฟัง จะกลายเป็นโดนขี่คอ

ไม่ว่าข้อแก้ตัว ข้อปลอบใจ
จะสมเหตุสมผลหรือชุ่ยเป็นที่สุดแค่ไหน
แต่ฉันก็มีให้พี่ติ๊ก ให้ตัวเอง.....เสมอ
อย่างน้อย ก็ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจใด้
อย่างน้อย ก็ทำให้ฉันงมงายต่อไปใด้ว่า
ภาพเก่าๆในอดีต
ก็ยังคงสดใสสมบูรณ์อยู่ในกรอบ เช่นที่เคยเห็น.....
-
-
-
เวลาผ่านไป
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี
....
ผ่านไปจนฉันเกือบลืมไปแล้วว่า มันนานเท่าไหร่กันแน่
......
-
-
-
เคยพยายามค้นหาพี่ชายคนนี้ทาง Internet หลายต่อหลายครั้ง
ตลอดเวลาหลายต่อหลายปีที่ผ่านมา
หากไม่เคยประสบผลสำเร็จ

จะอย่างไรก็ตาม ฉันก็ยังคงรู้สึกว่า.....
เดี๋ยวก็ใด้เจอพี่ติ๊ก!!!

หากการอ่านไดของน้องนํ้าวันนี้
ทําให้ฉันทราบว่า
ในชาตินี้พี่ติ๊กและฉันจะไม่มีวันเจอกันใด้อีกแล้ว
พี่ติ๊กจากโลกนี้ไปแล้ว
และคงจากไปด้วยความเจ็บปวด ด้วยความลำบากยิ่ง
เพราะโรคร้ายที่ฉันเองก็กำลังเป็นอยู่

แต่แม้กระทั่งก่อนหน้าที่พี่จะป่วย
ฉันก็ไม่เชื่อว่า พี่ติ๊กของฉันจะมีความสุขเท่าไหร่นัก
เพราะมีหลายสิ่งหลายเหตุการณ์
ที่ฉันใด้รับทราบจากการอ่านไดน้องนํ้า และของคุณแม่ของเธอ
เป็นตัวบ่งบอกถึงความทุกข์ที่มี
...และมีมานานแล้วด้วย
-
-
-
อยากบอกพี่ติ๊กว่า
น้องคิดว่าทราบ น้องคิดว่าเข้าใจนะคะ

มันไม่ใด้เป็นการง่ายเลยแม้แต่น้อย
สำหรับคนที่เคยห่มเหลืองมาตลอดเวลาของการเป็นผู้ใหญ่
จู่ๆ
ก็ต้องมาพยายามเอาตัวรอด
มาวนว่ายอยู่ในโลกที่ค่อนข้างจะสับสนยุ่งเหยิงของ
มนุษย์......
-
-
อยากจะมองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความยุติธรรม
พี่ติ๊กจะใด้ทราบว่า......
อย่างน้อยก็มีคนที่เข้าใจหรือพร้อมที่จะเข้าใจ

เพื่อความสงบในจิตของน้องเอง
และหากเป็นไปได้........ของพี่ติ๊กด้วย
!
-
-
พี่ติ๊กคะ......น้องหวังว่า
พี่ติ๊กหมดเวรหมดกรรมที่จะนำมาซึ่งความทุกข์

หมดเวรหมดกรรม
กับผู้ที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของพี่ิ๊ติ๊กทุกๆคนแล้วนะคะ

ขอหวังต่อด้วยว่า
หากชาติหน้ามีจริงและเราจำเป็นต้องมาเกิด
ขอให้เรามาเกิดร่วมท้องเดียวกัน
หรือไม่ก็มาเกิด มารู้จักและได้อยู่ใกล้ๆกันอีกนะคะ

อยากจะบอกพี่ติ๊กอีกมากมาย
แต่ไม่คิดว่าจำเป็น.....
ขอแค่บอกว่า น้องรักและสงสารพี่ติ๊กที่สุด !

หลังฝน.....
ฟ้าใส
ขอให้
หลังชีวิตที่น้อยสุข.....จะเป็นชีวิตที่ด้อยทุกข์
เพื่อพี่ติ๊กที่รักยิ่งและอาลัยที่สุดของน้อง

รักพี่ติ๊กมากเสมอและตลอดไปค่ะ

น้องเจี๊ยบ
น้องสาวคนหนึ่งของพี่ติ๊ก !

พี่ติ๊กของฉัน ก่อนที่ม่านจะปิดลง

-------------------

ขอบคุณมากนะคะ
ที่.....
อุตส่าห์แวะมาอ่าน
.....ฝาก Comment ที่มีค่า
และ.....แสดงให้เห็นถึงไมตรีจิตที่งดงาม

ล้วนเป็นกำลังใจที่สำคัญและน่าต้องการ.....มากเสมอ
!
* * * * * *
หวังว่าทุกๆคนจะได้รับเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
ขอบคุณด้วยใจจริงอีกครั้งค่ะ

     Share

<< พี่ติ๊กของฉัน-กับการรอคอยที่ยาวนานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม >>

Posted on Wed 28 Mar 2012 7:23


 
wh0cd907977 <a href=http://buyadalat.website/>clicking here</a> <a href=http://buytamoxifen.club/>tamoxifen</a> <a href=http://phenergan75.top/>phenergan online</a> <a href=http://buybentyl.tech/>bentyl for diarrhea</a> <a href=http://buynolvadex.tech/>nolvadex</a> <a href=http://buybentyl.webcam/>bentyl 10 mg</a> <a href=http://clindamycin16.top/>clindamycin</a>
Caseycrulk   
Sat 28 Jan 2017 11:29 [4]
 

ครั้งแรกที่รู้จักพี่ติ๊ก ผมพบบนเซ็นทรัลลาดพร้าว เป็นคนร่างสูงใหญ่ไว้ผมยาว นัยตาบอกถึงความเอื้อารีย์ นิ่มนวล ได้คุยกันเพียงไม่กี่คำ วันนั้นผมไปกับแฟน ผมมีความรู้สึกว่าคนๆนี้เป็นที่คบด้วยคนหนึ่ง หลังจากนั้นอีกประมาณ 5 ปีผมก็ได้พบเขาอีกครั้งที่ชลบุรี หลังจากที่ผมได้พบจดหมายฉบับหนึ่งเขียนที่อยู่ผู้ส่งมาจากที่แห่งหนึ่งในชลบุรี ผมและแฟนไม่รอช้าที่จะลองค้นหาพี่ติ๊กจากที่อยู่นั้นในเมืองชล จุดเริ่มต้นของผมที่รู้จักพี่ติ๊กก็เริ่มจากตรงนี้ ว่างๆจะระบายมาให้อีก
ภูเบศ   
Fri 12 Aug 2011 16:46 [3]
 

พี่ติ๊กเกิด 8 มีนาคม ค่ะ อาจเสียไล่เลี่ยวันเกิดก็เป้นได้ค่ะ รู้ว่าเป็นหน้าหนาว ตอนงานศพพี่ก็ได้คุยกับภรรยาพี่ติ๊กและโอนเงินช่วยงานศพพอสมควร ภรรยาเค้าขอบคุณพี่มาด้วย พี่ก็บอกเค้าว่าพี่มีวันนี้เพราะพี่ติ๊กมีส่วนในการผลักดันให้ชีวิตพี่ดีขึ้นและพี่ติ๊กเคยช่วยเหลือพี่มาก่อนด้วยค่ะ
พี่น้อยอีกครั้ง   
Thu 28 Jul 2011 13:28 [2]

สวัสดีค่ะ หมีเป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่น้อย ในไดอารี่คุณแม่ ขอบอกว่าช่วงสุดท้ายของชีวิตพี่ติ๊ก ไม่ได้เดียวดาย พี่ติ๊กมีลูกชายอีก 1 คน อายุก็น่าจะอยู่ประมาณ 16-17 ปีได้ ชื่อน้องช้าง เป็นเด็กฉลาดและกตัญญู พี่ติ๊กรักเขามาก ช่วงสุดท้ายของชีวิตพี่ติ๊กยังคงให้ความรักและความช่วยเหลือต่อคนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ ในวัยเด็ก หมีก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับความเอื้อเฟื้อจากหลวงพี่ติ๊กเช่นกัน ความดีงามจากการให้ของพี่ติ๊ก อยู่ในความทรงจำเสมอ และวาระสุดท้ายงานศพของพี่ติ๊กที่ จ.เชียงราย ก็มีญาติพี่น้องได้ร่วมส่งดวงวิญญาณพี่ติ๊กให้ไปสู่สุขคติ แม้จะเป็นงานไม่ยิ่งใหญ่แต่ทุกคนต่างมีความตั้งใจเดียวกัน คื่อส่งพี่ติ๊กครั้งสุดท้าย ความรักและความภูมิใจของคุณ มีค่ามากยิ่งนักเมื่อหมีได้เข้ามาอ่านค่ะ

ปล.สำหรับพี่ติ๊ก พูดกี่ครั้งก็มีเรื่องดีๆไว้เล่าให้ฟังค่ะ
หมี+ตี๋เล็กและครอบครัว   
Wed 27 Jul 2011 17:48 [1]
 


 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh