สงครามที่ต้องต่อสู้ 22
สงครามที่ต้องต่อสู้ 21
สงครามที่ต้องต่อสู้ 20
สงครามที่ต้องต่อสู้ 19
สงครามที่ต้องต่อสู้ 18
สงครามที่ต้องต่อสู้ 17
สงครามที่ต้องต่อสู้ 16
สงครามที่ต้องต่อสู้ 15
กิจกรรมที่จะทำ
สงครามที่ต้องต่อสู้ 14
สงครามที่ต้องต่อสู้ 13
สงครามที่ต้องต่อสู้ 12
ฤดูหนาวที่ผ่านไป
เล็กๆน้อยๆ จากไม่นานมานี่เอง....
สงครามที่ต้องต่อสู้ 11
สงครามที่ต้องต่อสู้ 10
สงครามที่ต้องต่อสู้ 9
สำหรับเรา ชังแรกเห็น !?!!?
คนอื่น รักแรกพบ..เราล่ะ ?
สงครามที่ต้องต่อสู้ 8:3
สงครามที่ต้องต่อสู้ 8:2
สงครามที่ต้องต่อสู้ 8:1
สงครามที่ต้องต่อสู้ 7
หิมะใหม่
สงครามที่ต้องต่อสู้ 6
สงครามที่ต้องต่อสู้ 5:2
สงครามที่ต้องต่อสู้ 5:1
สงครามที่ต้องต่อสู้ 4
สงครามที่ต้องต่อสู้ 3
สงครามที่ต้องต่อสู้ 2
สงครามที่ต้องต่อสู้ 1
วันแรกใน Diaryclub
รับรู้ข่าวร้าย 1
รับรู้ข่าวร้าย 2
รับรู้ข่าวร้าย 3
กลับบ้านบอกลูกๆ
เมื่อจำต้องบอกลูกอีกครั้ง
ครั้งแรกที่เห็นเธอ
ตกหลุมรักหลุมบะเริ่ม
จากรุไบยาตผ่านเสี้ยวหนึ่งของเพชรพระอุมาไปจนถึงสามก๊ก
ขอบคุณค่ะ คุณปัทมาวดี วงศ์สายัณห์
อาจารย์กิตติ
เรื่องแปลกๆเกื่ยวกับการหาหมอ 1
เรื่องแปลกๆเกื่ยวกับการหาหมอ 2
(หลวง)พี่ติ๊กของฉัน 1
(หลวง)พี่ติ๊กของฉัน 2
คำพูดชวนคิด
ที่หมู่บ้านแม้วลาย
อาหารคํ่ากะครอบครัวแม้วขาว
วันพ่อ 2554
เมื่อต้องเผชิญกับความสมบุกสมบัน และความหนาวเหน็บ ที่ทรมานที่สุดในชีวิต (1)
เมื่อต้องเผชิญกับความสมบุกสมบันและความหนาวเหน็บ ที่ทรมานที่สุดในชีวิต (2)
เมื่อต้องเผชิญกับความสมบุกสมบันและความหนาวเหน็บ อย่างทรมานที่สุดในชีวิต (3)



สงครามที่ต้องต่อสู้ 8:3


๒๑ มิถุนา ๒๕๕๓

"วันวินาศ"

(ต่อจากเมื่อวาน
)

พยาบาลเข้ามาบอก
"ถึงเวลาแล้วล่ะค่ะ"
ถึงเวลาทำ Biopsy ถุงหุ้มปอดนอกของฉันแล้ว

วิธีการก็เหมือนกับครั้งก่อน
ครั้งที่หมอเจาะเอานํ้าออกจากถุงหุ้มปอดให้ฉัน
แ่ต่ครั้งนี้คุณหมอ Anders W คุณหมอผู้ชายวัยตํ่ากว่า ๖๐ ไม่มาก
หัวหน้าแผนก และผู้แจ้งข่าวร้ายแก่เรา
จะลงมือทำให้ด้วยตัวเอง

ท่านบอกว่าจำเป็นต้องเจาะรูที่หลังให้ใหญ่หน่อย
เพื่อจะเข้าไปตัด
เอาเยื่อเนื้อออกมาใด้
ท่านบอกด้วยว่า ท่านจะช่วยถ่ายนํ้าออกให้ด้วย
เพื่อฉันจะได้สบายตัวขึ้น

ฉันนั่งบนม้านั่งปราศจากพนัก ริมเตียง
ใช้แขนโอบหมอน พร้อมเอนพักหน้าลงไป
บนหมอนใบใหญ่ๆ
ที่ตั้งซ้อนกันอยู่บนเตียงเหมือนวันก่อนโน้น

คุณหมอใช้ระบบคลื่นเสียงความถี่สูง Ultrasound
ช่วยในการหาจุดเจาะ
ทำเครื่องหมายบนจุดที่จะเข้าไปด้วยปากกาสี
ฉีดยาชาเ้ข้าไปที่บริเวณหลังด้านซ้าย

ฉันใจสั่นนิดๆ นั่งอยู่ด้วยความกระสับกระส่าย
หากสงบกว่าครั้งก่อนมาก
และครั้งนี้ฉันไม่พูดอะไรเลย

หลังจากที่ใช้เข็มเจาะเข้าไป
ได้ยินเสียงคุณหมอบอกพยาบาล
"เข็มอันนี้สั้นเกินไป เอาอันอื่นมา"
-
-
"เหนียวน่าดู"
-
แม้ไม่อยากได้ยินประโยคเหล่านั้น แต่ครั้งนี้ไม่เป็นไร ฉันไม่สนใจ
-
การถ่ายนํ้าออก
เป็นไปด้วยความยากลำบากอีกแล้ว
ได้ยินทีหลังว่าเอาออกได้แค่ ๓ เดซิลิตร
-
ถามคุณหมอว่าจะทำยังไงกับนํ้าที่เหลือ
ท่านตอบว่าเห็นทีจะต้องปล่อยทิ้งใว้อย่างงั้นซะแล้ว

จากประมาณ ๔ ลิตร
เท่าที่ทราบ เอาออกไปใด้ประมาณ ๑,๓ ลิตร
แล้วที่่เหลือ.....?????

คุณหมอบอก ร่างกายเราพอจะจัดการกับมันเองได้ !

ครั้งนี้พยาบาลใช้เทปปิดหลังฉันเกือบทั่วหลังอย่างแน่นตึง

จำใด้ว่าหลังจากปิดเทปที่หลังเสร็จ
Britt-Marie วัย ๕๕-๕๘ กับ Marie อายุไม่เกิน ๓๐

พยาบาลหญิง ๒ คน
ที่เคยช่วยฉันทั้งวันก่อนโน้น และวันนี้ด้วย
มาชวนฉันคุย ถามข่าวคราวและความเป็นไป
พวกเธอใด้ร้บทราบว่าฉันเป็นมะเร็ง มะเร็งชนิดที่ไม่มีโอกาสหายซะด้วย
ครั้งก่อน เราคุยกันแบบสนุกๆ
ทั้งเธอๆและฉันหัวเราะหยอกกัน
ครั้งนี้ เธอๆคุยกับฉันด้วยนํ้าเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ
ส่วนฉัน เศร้าหมองที่สุด

แม๊ทส ซึ่งโดนขอร้องให้ไปคอยข้างนอกตอนเขาเริ่มลงมือทำ
Biopsy
กลับเข้ามาอยู่ด้วย

ทั้งปลอบและเป็นกำลังใจให้ฉัน
จำใด้ว่าฉันกอดแม๊ทสพร้อมบอกเขาด้วยนํ้าตาที่คลออยู่เต็มเบ้า
ว่าฉันสงสารเขากับลูกๆมาก

ไม่ทราบว่าเพราะอะไรกันแน่
ที่ทำให้ฉันเชื่อว่าลูกซาร่า พอจะปรับตัวรับสถาณการณ์
ทั้งในวันนี้ ในขณะที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ และในวันหน้า ใด้ดีกว่าคนอื่นๆ

สงครามที่ต้องต่อสู้ 8 3

อาจเพราะลูกทำให้ฉันเชื่ออย่างนั้น
ลูกมีความกล้าหาญ กระตือรือร้น
มั่นใจในตัวเอง
และมีความเป็นอิสระมาก
แต่ก็มีความรับผิดชอบสูง
พร้อมกันนั้นลูกก็มีบุคคลอันเป็นที่รัก ที่สามารถเป็นที่พึ่งทางใจใด้
แถมลูกมีเพื่อนๆ
ทำให้สนุกไม่มีเวลาเหงา

ลูกลีโอ อายุแค่ ๑๗,
ซึ่งเป็นน้องเล็ก
เป็นลูกคนเล็กอยู่ี่ที่บ้านไม่เคยไกลพ่อไกลแม่
กำลังอยู่ในวัยรุ่น วัยหัวเเลี้ยวหัวต่อ
ฉันกลัวเหลือเกินว่าลูกจะทำใจต่อการสูญเสียใด้ยาก
กลัวการจากไปของฉัน
การไม่มีแม่
จะเกิดผลที่ไม่น่าต้องการ
กับชีวิตเขา
จะปัดเข็มชีวิตเขา
ให้เบี่ยงเบนไปจากที่ตั้งใจเอาไว้
มากเกินไป

สงครามที่ต้องต่อสู้ 8 3

ส่วนแม๊ทส
จะต้องรับภาระที่ต้องจัดการ ต้องดูแลรักษา
หลายต่อหลายอย่าง
และหนักอยู่คนเดียว
ที่สำคัญที่สุด
ต้องเข้มแข็ง เ็ป็นทั้งที่พึ่งและผู้พยุงทุกๆคน
ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต ให้ใด้ด้วย
มันช่างเป็นงานที่หนักมากจริงๆ 
งานที่ต้องใช้กำลังใจช่วย และใช้กำลังใจทำ

ฉันหวังว่าี่
ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่
ฉันจะสามารถให้ทั้งกำลังใจ และเป็นกำลังใจให้คุณได้นะคะ
เพราะคุณและลูกๆคือกำลังใจที่แท้จริงของฉัน
และฉันก็ได้รับกำลังใจที่มากเสมอ
จากคุณและลูกๆตลอดมา


Britt-Marie กับ Marie ปฏิบัตต่อเราทั้งสองอย่างดีเยี่ยม
เข้าใจ มีนํ้าใจ เอื้ออาทร และอ่อนโยนที่สุด
มากมายไปกว่าที่ผู้ป่วยหวังว่าจะได้รับเสียอีก

จำได้ว่า Britt-Marie กอดฉันแน่นจนหายใจเกือบไม่ออก
และกอดอยู่นาน
แล้วก็จำได้อีกว่าฉันร้องให้บนบ่ัาเธอ
พร้อมกล่าวขอโทษ
และบอกถึงความสงสาร
ที่หน้าีิที่การงานของเธอ
ทำให้ต้องเจอแต่คนทุกข์ คนเศร้าหมองอย่างฉัน

Britt-Marie มองฉันด้วยความประหลาดใจ
บอกด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยน
ประโยคที่ไม่ยากต่อการเข้าใจว่า
"คิม ไม่เป็นไรเลยนะ
หน้าีิที่การงานของฉันนี่เหละ
ที่ทำให้ฉันยินดีและพอใจกับชีวิตของฉัน
และทำให้ฉันเห็นคุณค่าของชีวิตฉันมากขึ้นด้วย
"

โอ สำหรับฉัน
นั่นคือคำพูดของคนที่ในอุ้งมือถือ
กุญแจหีบสมบัติแห่งชีวิตอันลํ้าค่า
ความหมายของคําพูดในประโยคไม่ยาวนัก
ฝังลึกเข้าไปในหัวใจ
คําพูดเหล่านั้น
ปลดปล่อยฉัน
ออกจากห้องแคบเล็ก ที่เต็มรกไปด้วยความไร้ปัญญา
เข้าสู่สวนงาม
เต็มไปด้วยความสุข ความหมายของชีวิต
ที่กำลังออกดอก ขยายกลีบบานสะพรั่ง
หากสวนที่ว่านั้น สำหรับฉัน กำลังถูกปกคลุมไปด้วยความมืด และสายฝน

สงครามที่ต้องต่อสู้ 8 3

อยากให้ความเข้าใจอันนี้
แม้จะริบหรี่เพียงใด
แ่ต่ก็ให้ความสว่างอย่างมีประโยชน์มาก
จะอยู่กับฉัน
จนถึงวันสิ้นสุด

หลังจากนั้้นแผนกสืบสวน ประจําศูญย์
ก็แนะให้เราคุยกับที่ปรึกษา (counsellor)
แถมโทรตามให้ด้วย
แต่บังเอิญเธอติดธุระอยู่
ทางแผนกก็เลยให้เบอร์โทรศัพย์เธอแก่เรามา
เพื่อเราจะได้โทรติดต่อเอง ยามต้องการในวันหลัง

ทางแผนกให้โบรชัวร์, หนังสือเล่มเล็กๆ
เกี่ยวกับวิธีบอกข่าวร้ายที่เราเพิ่งได้รับ กับลูกๆ กับสมาชิกอื่นๆในครอบครัว

**********

When I was one-and-twenty
I heard a wise man say,
‘Give crowns and pounds and guineas
But not your heart away;

Give pearls away and rubies
But keep your fancy free.’
But I was one-and-twenty,
No use to talk to me.

When I was one-and-twenty
I heard him say again,
‘The heart out of the bosom
Was never given in vain;
‘Tis paid with sighs a plenty
And sold for endless rue.’
And I am two-and-twenty,
And oh, ’tis true, ’tis true

A.E. Housman (1859 – 1936 )

คนโง่ที่ใครเตือนอะไรไม่ฟัง พอโดนซะเอง ถึงจะรู้
แล้วพอรู้ สำหรับคนบางคนมันก็สายเกินแก้ไปแล้วซะด้วย

*************************************

สงครามที่ต้องต่อสู้ 8 3

ขอบคุณมากๆค่ะ
สำหรับ Comment ทั้งหมด

ซึ่งเป็นกำลังใจที่มีค่าและน่าต้องการยิ่ง


ขอบคุณมากๆสำหรับไมตรีจิตที่งดงาม
ยินดีที่ใด้รู้จักนะคะ
และจะไปเยี่ยมอ่านไดของทุกคนแน่นอนค่ะ


ขอบคุณด้วยใจจริงอีกครั้งค่ะ

------------------------------------------
หวังว่าทุกๆคนจะได้รับเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
                                                  ด้วยความปรารถนาดี !


     Share

<< สงครามที่ต้องต่อสู้ 8:2คนอื่น รักแรกพบ..เราล่ะ ? >>

Posted on Sun 22 May 2011 0:03


 
ขอบคุณมากๆค่ะ ทั้งคุณเกตุ และ คุณ Someone
กำลังใจที่คุณๆแวะผ่านมาให้ มีค่าและเป็นสิ่งที่ต้องการยิ่ง

ขอให้ทุกสิ่งที่คุณๆใด้รับเป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะคะ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
kimwgus   
Fri 25 Mar 2011 5:35 [3]

เป็นกำลังใจให้ค่ะ
เกตุ   
Wed 23 Mar 2011 11:37 [2]

ขอให้คุณ อาการดีขึ้นไวๆๆนะค่ะ
someone   
Wed 23 Mar 2011 8:09 [1]